top of page

ประวัติศาสตร์จีน


-จีนตั้งอารยธรรมที่ลุ่มแม่น้ำฮวงโห
-สมันก่อนประวัติศาสตร์ พบวัฒนธรรมหลุงชาน และวัฒนธรรมหยางเชา
-เราแบ่งสมัยประวัติศาสตร์จีน เป็น 3 ยุค คือยุคโบราณ ยุคสาธารณรัฐ ยุคคอมมิวนิสต์
-สมัยประวัติศาสตร์ ค้นพบตัวอักษรจารึกบนกระดองเต่า ในสมัยราชวงศ์ชาง

 

 

ยุคโบราณแบ่งเป็น 10 ราชวงศ์
1. ชาง : เป็นยุคที่ปกครองแบบชนเผ่า พบหลักฐานจารึกบนกระดองเต่า สันนิษฐานว่าใช้สำหรับการเสี่ยงทาย
2. โจว : เป็นยุคที่จีนปกครองยาวนานที่สุด เกิดระบบศักดินา แนวคิดเรื่องเทียนมิ่งหรืออาณัติแห่งสวรรค์ ฮ่องเต้มีฐานะเป็นโอรสแห่งสวรรค์ ยุคนักปราชญ์คนสำคัญได้แก่ ขงจื๊อ เล่าจื๊อ เม่งจื๊อ จวงจื๊อ
3. จิ๋น : เริ่มต้นจักรวรรดิจีน รวมอำนาจ สร้างความเป็นหนึ่งเดียว สร้างกำแพงเมืองจีน ใช้ภาษา ระบบการชั่ง ตวง วัด เงินตรา แบบเดียวกันทั้งอาณาจักร ปราบปรามลัทธิขงจื๊อ ยึดถือหลักการฟาเฉีย หรือนิติธรรมนิยม
4. ฮั่น : รื้อฟื้นขงจื๊อ และใช้เป็นตำราหลักในการสอบจอหงวน เกิดดส้นทางสายไหม เส้นทางการค้าโบราณของจีน
5. สุย : ปกครองจีนในระยะเวลาสั้นๆ สร้างคลองขนาดใหญ่ 
6. ถัง : ยุคทองของวัฒนธรรมจีน และยุคพระพุทธศาสนารุ่งเรือง ส่งภิกษุหยวนซาง (พระถังซำจั๋ง) ไปอัญเชิญพรพไตรปิฎกที่อินเดีย
7. ซ้อง : ยุคทองความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ 
8. หยวน : ชาวต่างชาติชนเผ่ามองโกล เข้าปกครองจีน ศาสนาคริสต์มีบทบาทในราชสำน้ก นักเดินทางชาวอิตาลี มาร์โค โปโล เข้ามายังจีนและนำเรื่องราวไปเผยแพร่
9. หมิง : ฟิ้นฟูจักรวรรดิจีน โดดเด่นเรื่องวิทยาศาสตร์การเดินเรือ บุคคลที่โดดคือ มหาขันทีเจิ้งเหอ ผู้นำกองเรือจีนออกเดินทางทั่วโลก
10. ชิง : ชนเผ่าแมนจู ปกครองจีนเป็นราชวงศ์สุดท้าย เป็นยุคที่จีนเผชิญกับการคึกคามจากชาติตะวันตก ้กิดสงครามฝิ่น เกิดความวุ่นวายภายในประเทศ เช่น กบฏไท้ผิง กบฏนักมวย จักรพรรดิองค์สุดท้ายคือ พระเจ้าปูยี

 

ยุคสาธารณรัฐ (ค.ศ.1911-1949)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                         

 

 

 

                                                                                 

                                                                                                 ดร. ซุน ยัด เซ็น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                           

                                                                                   

                                                                                               เจียง ไค เช็ค

 

-ดร.ซุน ยัด เซ็นเป็นผู้นำการปฏิวัติ ปี1911 (หรือการปฏิวัติซินไฮ่) เพื่อล้มระบบจักรพรรดิในจีน 

ประกาศลัทธิไตรราษฎร์ ประกอบด้วย "ล้มแมนจู ตั้งสาธารณรัฐ ช่วยเหลือคนจน" และใช้ หลักการปกครองแบบเบญจาธิปไตย แบ่งอำนาจอธิปไตยออกเป็น 5 ฝ่าย คือ บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ฝ่ายสอบแข่งขัน และฝ่ายตรวจตราควบคุม และแต่งตั้ง "หยวน ซี ไข่" เป็นประธานาธิบดีคนแรก แต่ดันอยากเป็นฮ่องเต้ซะงั้น
้ ต่อมา จีนเกิดยุคขุนศึกแตกแยกในประเทศจีนมี เจียง ไค เช็ค เผ็นผู้นำ เจอทั้งศึกภายในคือ พรรคคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อ ตุง และศึกภายนอกคือ ญีปุ่นกำลังรึกรานจีน จนในที่สุด เจียง ต้องไปตั้งรัฐบาลผลัดถิ่นที่เกาะฟอร์โมซา ซึ่งก็คือ ไต้หวัน

 

 

 

ยุคคอมมิวนิสต์ (ค.ศ.1949-ปัจจุบัน)

 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                          เหมา เจ๋อ ตุง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                                           

 

 

 

 

 

                                                                                          เติ้ง เสี่ยว ผิง

 

 

-เหมา เจ๋อ ตุง นำพรรคคอมมิวนิสต์ ชนะสงครามกลางเมือง เปลี่ยนจีนเป็นสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ใช้ระบบนารวมและนโยบายก้าวกระโดด
เกิดปฏิวัติวัฒนธรรม เพื่อทำลายระบบเก่าและผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับพรรคโดยกลุ่ม Red guard จนเหตุการณ์นี้สิ้นสุดเมื่อ ลุงเหมาถึงแก่ อสัญกรรม

 

-เติ้ง เสี่ยว ผิง ใช้นโยบายเปิดประเทศ และ นโยบาย 4 ทันสมัย (การทหาร อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และวิทยาศาสตร์) 
ในปลายทศวรรษที่ 1970 แต่ยังไม่ปรับระบบการเมือง

 

 

สำนึกคิดที่สำคัญของจีน (มีหลายสำนักมากๆ แต่ทุกสำนักเน้นเรื่องการศึกษา)

-ขงจื๊อ : มีอิทธิพลต่อคนจีนเต็มๆ เน้นระเบียบความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ ยึดหลักจารีตประเพณีที่เคร่งครัด แนวคิดขงจื๊อมีผลต่อการเมืองการปกครองของจีนมาก คือ การนำตำราของท่านมาใช้ในการสอบเข้ารับราชการ หรือที่รู้จักกันว่า สอบ จอหงวน

-เล่าจื๊อ : เจ้าสำนักเต๋า เห็นต่างกับขงจื๊อ (เกิดร่วมสมัยกัน) เน้นเรื่องการใช้ชีวิตกับธรรมชาติ เป็นไอดอล ให้กับคนสร้างงานศิลปะ โดยเฉพาะงานจิตรกรรมจีน

-สำนักนิติธรรมนิยม หรือฟาเฉีย : บอกว่าธรรมชาติของคนมันโหดร้าย ต้องใช้กฎหมายที่เข้มงวด

-พระพุทธศาสนา : จีนรับพุทธนิกายมหายาน รุ่งเรืองสุดๆในสมัยราชวงศ์ถัง

 

 

ศิลปวัฒนธรรมของจีน
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                                                                    

 

 

 

พระราชวังต้องห้าม

 

-สถาปัตยกรรม : กำแพงเมืองจีน พระราชวังต้องห้าม
-ประติมากรรม : หุ่นดินเผาสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เมืองซีอาน พระพุทธรูปแบบจีน เทวรูปเทพเจ้าจีน
-เครื่องปั้นดินเผา : เครื่องสำริด เครื่องเคลือบ เครื่องหยก
-จิตรกรรม : วาดภาพได้รับอิทธิพลจากพระพุทธศาสนา และธรรมชาติ ทิวทัศน์ "กู่ไค้จิน" เป็นบิดาแห่งจิตรกรรมจีน
-วรรณกรรม : จีนให้ความสำคัญกับความรู้มากๆ ที่สำคัญได้แก่ ตำรับขงจื๊อ เต๋าเตอติง(ของเต๋า) งานทางประวัติศาสตร์ ซือ หม่า เฉียน(บิดาประวัติศาสตร์ตะวันออก) สามก๊ก ไซอิ๋ว ไซฮั่น ความรักในหอแดง

 

วิทยาการที่สำคัญของจีน
-จีนคิดค้นกระดาษ (คิดโดยไช่หลุน) เงินกระดาษ และ ดินปืน ได้เป็นชาติแรก
-จีนประดิษฐ์แท่นพิมพ์แบบเเม่พิมพ์แกะไม้ สามารถพิมพ์หนังสือได้ คือ วัชรสูตร
-มีความชำนาญในการหล่อสำริด และหลอมเหล็กกล้า
-การต่อเรือ รุ่งเรืองมากๆในสมัยราชวงศ์หมิง แล่นเรือจากเมืองจีนไปยังด้านตะวันออกของแอฟริกา
-ประดิษฐ์เข็มทิศได้ในสมัยราชวงศ์ฮั่น จีนส่งวิทยาการนี้ต่อให้อาหรับ และถ่ายทอดต่อไปยังยุโรป 
-ภูมิภาคที่รับอารยธรรมจีนแบบเต็มๆ ได้แก่ เอเชียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บางประเทศ เช่น เวียดนาม

 

 

bottom of page